ณัฐพล ฤกษณันท์

Nattapol_rsn

Admin

คอร์สเรียนของ ณัฐพล ฤกษณันท์

การขายเบื้องต้น 1

ศึกษาเกี่ยวกับหลักการขาย แนวคิดทางการขาย วิวัฒนาการการขาย หน้าที่ทางการขาย ประเภท และลักษณะของงานขายความรู้เกี่ยวกับตนเอง ความรู้เกี่ยวกับกิจการ ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ความรู้เกี่ยวกับลูกค้า ความรู้เกี่ยวกับคู่แข่งขันคุณบัติของนักขาย โอกาส และความก้าวหน้าของนักขาย


บทความของ ณัฐพล ฤกษณันท์

พลังแห่งความคิด

บทความนี้นำมาจาก Facebook ของผมครับ พอดีเพิ่งคิดขึ้นมาได้ว่าเอ้อ ความคิดคนเราเนี่ย มันหักห้ามได้ก็ดีนะ เลยพิมพ์ออกมาให้พิจารณาครับ สัจธรรมสำหรับมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดๆ ก็ตาม (ใช้ได้กับทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรัก / ที่ทำงาน ฯลฯ) คือ ... "เรา" ไม่ได้เป็นทุกอย่างของเค้า ... แต่เรากลับเลือกให้ "เค้า" เป็นทุกอย่างของตัวเรา!!! มันเลยทำให้เกิดคำว่า "ยึดติด" !!!! .... อันนั้นเราเลือกได้ด้วยตัวเราเองต่างหาก (แต่เราก็ต้องทำ moment นั้น สำหรับสิ่งๆ นั้นให้ดีที่สุดด้วยนะ รักให้ดีที่สุด ทำงานให้ดีที่สุดด้วย จะได้ไม่เสียใจภายหลัง) สิ่งที่ยั่งยืนที่สุดในชีวิตของคนๆ หนึ่ง คือ "ตัวเรา" กับ "คนที่รักเราที่แท้จริง" ไม่ว่าจะเป็น "ชีวิต /เวลา / โอกาส / สุขภาพ / ฯลฯ" ให้ตัวเราและคนที่รักเรา ..... ถ้าเรา "วางแผน" + "จัดการ" ดี ให้มัน "เหมาะสม" และเสี่ยงน้อยที่สุด เราสามารถทำได้และจะไม่ "เสียดาย" ที่คิดบริหารมัน และถ้ายิ่ง Balance ได้ ระหว่าง work ที่เราชอบ กับ life ที่เรารักได้ อันนั้นยิ่งสุดยอด แต่ก็ต้อง "จัดการ" ให้ดี เค้าว่ากันว่า 80% เป็นอย่างน้อยของสมองเรา มัวแต่ไปคิดเรื่องคนอื่น เรามีเวลาหรือโอกาสที่จะคิดถึงตนเองน้อยมาก (แต่คนละอย่างกับการเห็นแก่ตัวนะครับ) ... อันนี้เราก็ "เลือกได้" อีกเหมือนกัน... Computer เรายังเลือกที่จะ defragment หรือ "การจัดเรียงข้อมูลในฮาร์ดดิสก์" ใหม่เลย ผมไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่อง computer และผมก็ไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องสมอง แต่เราสามารถใช้สิ่งรอบตัวเราประยุกต์ได้ทั้งสิ้น ... ซึ่งถ้าเรานำการ Defrag ฮาร์ดดิสก็มาใช้กับสมอง เราน่าจะ 1. กำจัดเรื่องที่ไม่ดีในความทรงจำของเราได้มากขึ้น นั่นคือ การลบ Temp files ทั้งหมด 2. เลือกเรียง Priorities หรือระดับความสำคัญที่ "แท้จริง" ในชีวิตซะที และ 3. ทำให้สมองเราทำงานเป็นระบบ และ "ทำงานเร็ว" มากขึ้น ... นี่คือ 3 สิ่งที่จะได้ เป็นอย่างน้อยครับ น่าสนุกดีนะครับ ไม่ต้องไปเข้าคอร์สอบรมอะไรเลย แต่เราสามารถ "ทำได้" ด้วยตัวของเราเอง เพราะเรา "รู้" ว่าอะไรเป็น Temp files อะไรเป็น Permanent files (ที่น่าเก็บไว้) ถ้าเรายกอะไรไปได้บ้างก็น่าจะดี ... เรา "ทำได้" นี่ครับ ไม่งั้นจะมีสำนวนไทยว่า "ยกภูเขา ออกจากอก" ที่บรรพบุรุษท่านฝากมาได้ยังไงครับ พอพิมพ์ถึงตรงนี้ ว่าแล้ว ผมก็ลองไป Search หาดู เพื่อเทียบเคียง context อื่นๆ หรือมี reference มาอ้างอิงเล็กๆ ในงานเขียนข้างบน (มีนิสัยของความเป็นนักวิชาการเข้มข้นสุดฤทธิ์ 55) ก็ไปเจอเรื่องการ Defrag สมองของต่างประเทศ ด้วยนักจิตวิทยาฝรั่ง สุดยอดมากๆๆๆ และใช้ได้จริง ครั้งหน้าจะ post ให้อ่านกันครับ ผมและทุกคนจะได้ทำไปพร้อมๆ กัน ถือเป็นงานเขียนงานแรกในชีวิตด้านสมองเลยทีเดียว แต่จะลองต่อยอดด้านธุรกิจ กับการตลาด / การขายดู เอาไปใช้บรรยายให้พี่น้อง ที่องค์กรต่างๆ เป็นการเสริมหลักสูตรใหม่ก็น่าสนุกดี ... (ตอนนี้ขอเวลาไปนอนเล่นกับหนุ่มน้อยเค็นเค็นกับภรรยาก่อนละครับ)